CONCEPT

การศึกษาเพื่อพัฒนาสมองด้านขวาคืออะไร? ที่ Heguru โปรแกรมของเราเน้นการพัฒนาศักยภาพของสมองทั้ง 2 ด้าน ตามช่วงอายุที่เหมาะสม เราเชื่อในแนวทางการสอนที่สร้างสรรค์ ซึ่งนอกจากเด็กๆสนุกและได้ความรู้ ยังช่วยเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ไปจนโต โปรแกรมพัฒนาสมองด้านขวาของเรา ช่วยส่งเสริมการศึกษาแบบสมองด้านซ้ายแบบเดิมให้เข้าสู่มิติใหม่ด้วย ที่สำคัญที่สุดเป็นพื้นฐานในโปรแกรมของเราคือ ความรัก เมื่อประกอบกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงดูลูกด้วยแนวทางบวก จึงเป็นโปรแกรมที่หล่อเลี้ยงทั้ง IQ และ EQ ของเด็ก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ของสมองแต่ละด้าน
ช่วงตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาของการกระตุ้นสมองด้านขวา ประสบการณ์เริ่มมีผลต่อสมองของลูกตั้งแต่ในครรภ์ ดังนั้นประสบการณ์ที่สุขสงบ การรับรู้ถึงความรักจากพ่อและแม่ มีผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยอย่างมหาศาล

ช่วง 3 ปีแรกของชีวิต เด็กๆวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบข้างราวกับซึมซับเข้าสู่สมอง จึงเรียนรู้ได้เร็วและแม่นยำมาก ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ของสมองด้านขวานั่นเอง ช่วงโอกาสนี้สำคัญที่สุดในการส่งเสริมการพัฒนาสมองด้านขวาให้เต็มศักยภาพ เป็นพื้นฐานของพัฒนาการด้านต่างๆในอนาคดของลูก

3-6 ปี เด็กวัยนี้เริ่มพูดจามีเหตุผลแล้ว เป็นช่วงที่สมองด้านซ้ายเริ่มเชื่อมต่อกับด้านขวา โปรแกรมจึงส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างสมองด้านขวาและซ้าย ฝึกหัดการรู้จักเหตุและผลที่เกิดมากขึ้น

ทำไมจึงควรส่งเสริมการศึกษาแบบสมองด้านขวา?

คุณพ่อคุณแม่อาจจะพอทราบมาอยู่บ้างแล้วว่า สมอง 2 ด้านที่มองผิวเผินไม่ได้มีความแตกต่างกันอันที่จริงแล้วทำงานแตกต่างกันมาก พูดง่ายๆว่าการเรียนรู้โดยสมองซ้ายและขวาเป็นคนละวิธีกันถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะทำงานร่วมกันออกมาเป็นความคิด เป็นการเรียนรู้ของคนคนหนึ่ง
สมองด้านขวาทำงานด้านอารมณ์ สร้างสรรค์ รับข้อมูลและประมวลผลเป็นภาพ หมายความว่า จัดการกับข้อมูลได้ครั้งละมากและแม่นยำ ในขณะที่สมองด้านซ้านทำงานด้านภาษา ตรรกะและเหตุผล มีการประมวลข้อมูลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องอาศัยการเรียนซ้ำๆหลายๆครั้งจึงจำได้
การศึกษาส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นระบบของสมองด้านซ้าย การวัดผลก็เป็นแนวของสมองด้านซ้าย อย่างไรก็ตามเราพบว่าเมื่อเด็กๆได้รับการศึกษาแบบสมองด้านขวา ทำให้มิติของการใช้สมองด้านซ้ายและการเชื่อมโยงของสมองทั้งสองด้านดีขึ้นอย่างมาก สมองด้านขวาเก็บข้อมูลครั้งละมากและแม่นยำ สมองด้านซ้ายจัดการเรียบเรียง จากนั้นทำงานร่วมกันเพื่อแสดงผลออกมาเด็กๆมีเครื่องมือที่ดีขึ้นในการเรียนทุกชนิด ไม่จำกัดแค่การเรียนหนังสือ ยังรวมไปถึงการเรียนดนตรีและเล่นกีฬาด้วย เครื่องมือนั่นคือ ทักษะ 9 ชนิด ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของ Heguru

เป้าหมายของการเรียนที่ Heguru

เราพยายามให้เด็กๆได้พัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็น 9 ชนิด ทักษะเหล่านี้เปรียบได้กับเครื่องมือซึ่งเด็กสามารถนำไปใช้เพื่อการเรียนรู้เมื่อเติบโตขึ้น เครื่องมือนี้นอกจากจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในด้านการเรียนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสำเร็จทางด้านกีฬาและดนตรีด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ เด็กเติบโตขึ้นมามีความสุข มีจิตใจที่ดี รู้จักรักเคารพทั้งตัวเองและผู้อื่น มีความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง รู้จักการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่ตั้งใจทำ

ทักษะ 9 ชนิด คือ
1. การมีสมาธิจดจ่อ
2. การรู้จักการอดทนอดกลั้น ควบคุมตนเอง
3. ทักษะในการเห็นภาพ
4. การมีความจำที่แม่นยำรวดเร็ว
5. การคิดและเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมได้อย่างรวดเร็ว
6. การมีความคิดสร้างสรรค์
7. นำสิ่งที่รู้ไปใช้ได้
8. วิเคาระห์แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
9. อ่านหนังสือได้เร็วและมาก

ทักษะ 1-3 เป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นทักษะที่ 4-9 เป็นสิ่งที่ฝึกฝนในห้องเรียนของ Heguru สุดท้ายแล้วเด็กๆจะได้รับการฝึกฝนระดับสูงอีก 2 ทักษะ คือ ความสามารถในการเรียนพร้อมกัน 2 อย่างเวลาเดียวกัน และ ความสามารถในการจัดการความรู้สึกกับเวลา ทักษะทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการฝึกฝนความสามารถในระดับของอัจฉริยะ

อะไรคือ Hado Reading
โรงเรียน Heguru ก่อตั้งโดย คุณครูรุยโกะ เฮนมิ และ ฮิโรตาดะ เฮนมิ ผู้ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการพัฒนาโปรแกรมสำหรับการเปิดศักยภาพสมองโดยเฉพาะด้านขวา และต่อยอดไปจนถึงการพัฒนาสมองด้านซ้าย จนกระทั่งสร้างผลลัพธ์ที่โด่งดัง เมื่อปี 1997 เมื่อมีการแพร่ภาพผ่านทางโทรทัศน์เรื่องที่เด็กในโรงเรียน Heguru สามารถอ่านหนังสือได้เร็วยิ่งกว่าการอ่าน
speed reading ทั่วไปที่คนเคยรู้จัก รุยโกะเรียก การอ่านแบบนี้ว่า HADO เด็กๆกรีดหนังสือเร็วเพียง 30 วินาที ก็เข้าใจเนื้อหาในหนังสือทันที รุยโกะอธิบายว่าเธอค้นพบว่าวิธีที่เธอสอน ทำให้เด็กๆเมื่ออ่านหนังสือเร็วแบบนี้ ตัวหนังสือจะเปลี่ยนเป็นภาพเข้ามาในสมองทันที รุยโกะยังคงสอนและทำการค้นคว้าต่อไป มีเด็กที่สามารถอ่านแบบ HADO ได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเด็กบางกลุ่มถึงขนาดสามารถอ่านหนังสือ 10,000 เล่มได้ภายใน 1 เดือนโดยไม่เคร่งเครียดเหน็ดเหนื่อย เมื่อมีเด็กทำได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดจึงมีการตั้งเป็นชมรมเรียก กลุ่มเด็กที่สามารถอ่านหนังสือได้ 10,000 เล่มภายใน 1 เดือนว่า อิจิมังไคเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า 10,000 เล่ม มีหลายคนตั้งคำถามว่าให้เด็กอ่านหนังสือมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร รุยโกะตอบว่าการอ่านแบบ HADO ในโรงเรียน Heguru เป็นเครื่องมืออันหนึ่งในการเปิดศักยภาพสมองด้านขวา และการอ่าน 10,000 เล่ม เป็นการบ่งบอกว่าเด็กคนนั้นสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้คล่องแคล่วแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่อาณาจักรของอัจฉริยะ 

ทำไม Heguru จึงมุ่งเน้นการพัฒนาสมองด้านขวา

เด็กๆเรียนรู้ด้วยการดูดซับสิ่งต่างๆราวกับฟองน้ำ ซึ่งต่างจากวิธีการเรียนของผู้ใหญ่อย่างชัดเจน นี่คือวิธีการเรียนรู้โดยใช้สมองด้านขวา ดังนั้นการพัฒนาสมองด้านขวาในช่วงที่เด็กกำลังใช้สมองด้านขวาอยู่แล้ว ด้วยโปรแกรมที่จัดสรรครู สื่อการสอน จังหวะ และบรรยากาศที่เหมาะสม จึงเป็นเวลาที่เราสามารถดึงศักยภาพออกมาได้มากที่สุด

สมองด้านซ้ายกับขวาทำงานต่างกัน

การกระตุ้นสมองด้านขวาช่วงนี้เน้นปริมาณข้อมูลที่ใส่เข้าไป เด็กยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจ เพราะสมองด้านขวาที่เก็บข้อมูลไว้ จะนำมาใช้ในเวลาต่อมา

ฉลองเปิดสาขาบางนา

Promotion สาขาบางนา สอบถามได้ที่ 097-979-5939 ค่ะ